| ★ⓚⓨⓤ™★'s profile[kyu_] ¿Qué mas?PhotosBlogLists | Help |
[kyu_] ¿Qué mas?El mundo no es mio,tamboco tuyo.::โลกไม่ใช่ของผม และมันก็ไม่ใช่ของคุณ 2/25/2009 Oscar:2009![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม - Slumdog Millionaire ผู้กำกับยอดเยี่ยม - Danny Boyle จาก Slumdog Millionaire นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม - Sean Penn - Milk นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม - Kate Winslet จาก The Reader นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม - Heath Ledger จาก The Dark Knight นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม - Penelope Cruz จาก Vicky Cristina Barcelona บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม - Slumdog Millionaire บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม - Milk ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม - Departures (Japan) ภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่ยม - WALL-E กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม - The Curious Case of Benjamin Button ถ่ายภาพยอดเยี่ยม - Slumdog Millionaire ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม - The Duchess ตัดต่อยอดเยี่ยม - Slumdog Millionaire แต่งหน้ายอดเยี่ยม - The Curious Case of Benjamin Button ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม - Slumdog Millionaire เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม - "Jai Ho" (Slumdog Millionaire) ผสมเสียงยอดเยี่ยม - Slumdog Millionaire ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม - The Dark Knight เทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม - The Curious Case of Benjamin Button สารคดียอดเยี่ยม - Man on Wire สารคดีขนาดสั้นยอดเยี่ยม - Smile Pinki อนิเมชั่นขนาดสั้นยอดเยี่ยม - La Maison en Petits Cubes ภาพยนตร์ขนาดสั้นยอดเยี่ยม - Spielzeugland (Toyland) 6/10/2008 คิดถึง1/17/2008 ผมครับผมคงไม่ได้เข้าซาเป้ดสุดที่รักอีกนานละครับ ยังไงก็แวะเยี่ยมเยือนกันที่นี่นะคับ
หรือคุยกันที่ qproms@hotmail.com ครับ
บายทุกๆคนครับ 3/27/2007 คิดถึงเดอะคลาสสิควันนี้แวะเข้าไปที่ซาเป้ดของคุณ Oah-aE' อีกแล้ว เป็นอีกซาเป้ดที่ผมแวะไปบ่อยนะ ถึงเขาจะไม่ยอมอัพซักทีก็เถอะ หุหุ
แต่ชอบเข้าไปฟังเพลง เขาลงเพลงจากเรื่องเดอะคลาสสิคไว้อะ (ชื่อไทย คนแรกของหัวใจคนสุดท้ายของชีวิต)
เป็นหนังที่ผมชอบมากๆเรื่องหนึ่งเลยนะครับ
ไม่อยากจะบอกเลยว่าเรื่องนี้ทำน้ำตาของคนหน้าโครตโหดอย่างผมหล่นได้อะ เอิ๊กๆๆ
ให้ทายอาจจะไม่รู้ว่าฉากไหน (คนที่เคยดูลองนึกดูครับ)
เพื่อนผมเคยทายกันหลายคนละ ไม่ถูกเลย เอิ๊กๆๆ
ส่วนใหญ่จะนึกว่าเป็นช่วงครึ่งลูกกันอะ
แต่ผมว่าฉากที่รุ่นพ่อ ตอนที่พระเอกเข้ามาหานางเอกหลังจากที่ไปรบมาอะคับ
แล้วแกล้งทำเป็นว่าตัวเองตาไม่บอดทั้งๆที่จริงๆตาบอด และหลอกนางเอกว่าตัวเองแต่งงานไปแล้ว
เพื่อให้นางเอกจะได้ไม่ต้องมาอยู่กับคนตาบอด
เพราะพระเอกรักนางเอกมานาน และรักมาก
....
....
ไม่รู้คนอื่นจะซึ้งไหม แต่ผมซึ้งมากเลยอะ
พระเอกแอบมาซ้อมในร้านอาหารทั้งคืน เพื่อให้แนบเนียนที่สุด
แต่เพราะมีเด็กซนแอบย้ายที่ของที่ตั้งโชว์ไว้ นางเอกเลยจับได้
-------
--------
-------------
คนเราการที่ได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข มันก็น่าจะเพียงพอแล้วกับการได้รักใครสักคน
การได้รับรู้ว่าเขามีความสุข แม้บางครั้งอาจจะปวดร้าวที่เขาไปอยู่กับใครอีกคน
แต่ถ้านั่นทำให้คนที่เรารักมีความสุขได้ ยังจะต้องการอะไรอีกละครับ
ผมคิดว่าอย่างงั้นนะ
จากสงกรานต์ปีที่แล้ว จนนี่จะสงกรานต์ปีนี้แล้ว ถ้าปีนี้สงกรานต์ผมได้เจอกับแฟนเก่าอีก ก็คงดี
ล่าสุดผมได้ข่าวจากเพื่อนว่าไปเจอเขามา
เห็นว่าสบายดี
ดีใจนะที่รู้ว่าเขาสบายดี แม้เพื่อนผมจะไปเจอเขาในที่ๆ.....ถ้ายังเป็นแฟนกับผม ผมคงไม่อยากให้เขาไปในที่แบบนั้น
แต่เขาก็มีความสุขดี คิดถึงนะ
คงไม่อยากได้ อยากรั้งเขามาเป็นของเราแล้ว
แต่อยากเจอ อยากกอดอีกที แล้วบอกว่า "คิดถึง" ก็แค่นั้น
ปล. ใครไม่เคยดูไปหามาดูนะครับ หนังน่ารักมากๆ ถ้าอยู่ชุมพร มายืมDVDผมไปดูได้ครับ ^^ 3/10/2007 เรื่องเก่าๆที่อยากเก็บเอาไว้ : IIวิ่งตามอะไร กันในชีวิต
มีเรื่องเล่าว่า... มี พระองค์หนึ่ง...ชอบทำอะไรแปลกๆ... วันหนึ่ง...พวกกรุงเทพฯ...เอากฐินไป ทอดที่วัด... จัดงานกันใหญ่โต...มี หนัง...มีลิเก...มีดนตรี...ผู้คนแห่กันมามืดฟ้ามัวดิน... ก่อนทอดกฐิน..ผู้ คนมารวมกันเต็มศาลา... หลวงพ่อเรียกเด็กวัดมา...
บอกให้ไปเอาเนื้อจาก โรงครัวมาก้อนหนึ่ง...แล้วเอาเชือกมาด้วย... หลวงพ่อจัดการ...เอาเนื้อ... ผูกติดกับหลังหมา... ผูกเสร็จ...ก็ปล่อยหมา ... หมาเห็นเนื้ออยู่บนหลัง...ก็ไล่งับ... พอหัวโดดงับ...ตัวก็ ขยับ หนี... เพราะหมามันกัดหลังตัวเองไม่ถึง... ยิ่งโดดงับเร็ว...ก้อน เนื้อ ก็หนีเร็ว... โดดไม่หยุด....เนื้อก็หนีไม่หยุด...น่าสงสารหมามาก... หมาโดดอยู่นาน...งับ เท่าไหร่...เนื้อก็ไม่เข้าปากสักที... ผู้คนบนศาลา...พากันหัวเราะชอบ ใจ... หัวเราะเยาะหมา...ว่าทำไมมันถึงโง่ยังงี้... ไล่งับ...จะกิน เนื้อ...ที่ตัวเองไม่มีทางไล่ตามทันตลอดชีวิต... หลวงพ่อ...มองดูอยู่นาน....แล้ว....ก็แก้เชือกออกมากหลังหมา... แล้วหันมาพูดกับ ญาติโยมว่า... มนุษย์เรา... มีความรู้สึกว่า...ตัวเองพร่อง...ตัวเองยังไม่เต็ม...
ต้องเติมตลอดเวลา... เติมไม่หยุด...เพื่อให้ตัวเองเต็ม... เราอยากสวย...อยากทัน สมัย... ไปหาซื้อเสื้อผ้าที่สวยที่สุด...ทันสมัยที่สุดใส่... ดีใจได้ เดือนเดียว...มีรุ่นใหม่ออกมาอีกแล้ว...สวยกว่า...ทันสมัยกว่า... อยากได้ โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่... ซื้อเสร็จ ๓ เดือน...รุ่นใหม่ก็โผล่มาอีกแล้ว... ซื้อคอมพิวเตอร์ทัน สมัยที่สุด... ๒ เดือนต่อมา...มีรุ่นใหม่กว่าออกมา...ของเราตกรุ่น... ซื้อรถเบนซ์...ทันสมัยที่สุด...แพงมาก... ขับได้ ๖ เดือน...มีรุ่นใหม่ออกมาอีกแล้ว... ทันสมัย กว่า...แพงกว่า...ของเรากลายเป็นเชย... เราต้องก้มหน้าก้มตา...ทำงานทั้งวัน ทั้งคืน...หาเงินมา...
เพื่อมาทำให้ตัวเองทันสมัย... ซื้อ เสื้อผ้าใหม่...มือถือใหม่...คอมพิวเตอร์ใหม่...รถยนต์คันใหม่... เหน็ด เหนื่อยแสนสาหัส...เพื่อไม่ให้ตัวเองตกรุ่น... ปัจจุบัน... เรา กำลังไล่งับความทันสมัย...เหมือนหมาที่ไล่งับเนื้อบนหลังของมัน... ทั้งที่ รู้ว่า...ต่อให้ไล่งับทั้งชีวิต...ก็ไม่มีทางตามทัน... น่าสงสารไหม โยม... คนเต็มศาลา...เมื่อกี้
หัวเราะครึกครื้น... ด่าว่า...หมามันโง่.... ตอนนี้เงียบสนิท...เหมือน ไม่มีคนอยู่... ไม่รู้ว่า...กำลังสงสารหมา... หรือ...กำลังทบทวนความโง่...ตัว เอง .........
......... 3/8/2007 เรื่องเก่าๆที่อยากเก็บเอาไว้:Iไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกบตวผมหรอก เรื่องที่คนอื่นเขาเขียนไว้ แต่ชอบอะคับ เลยอยากเก็บไว้ในบล๊อค ลองอ่านกนดูนะ
^^
อย่าตัดสินเพียงภายนอก..!! ..........คุกกี้ 1 ห่อกับการตัดสินคน.......... ที่สนามบินนานาชาติระดับโลก มีนักธุรกิจหญิงแต่งตัวดี จำเป็นต้องรอเวลาถึง 3 ชั่วโมง ในการเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อไปจุดหมายปลายทาง เธอจึงตัดสินใจเดินไปซื้อหนังสือ 1 เล่ม และคุ๊กกี้ 1 ห่อ และเตรียมหาที่นั่งเพื่ออ่านและกิน ฆ่าเวลาไปพลาง ๆ เธอสอดส่ายมองหาที่นั่งได้ 1 แห่ง เมื่อนั่งลงก็เตรียมหนังสือและคุ๊กกี้ เพื่ออ่านและกินไปพลาง ๆ เธอสังเกตเห็นว่าข้าง ๆ เธอมีชายหนุ่มซึ่งนั่งเหยียดกายอย่างไม่สนใจใคร ว่าจะมีใครนั่งอยู่ข้าง ๆ เขาสักครู่หนึ่ง ขณะที่เธออ่านหนังสือ ชายหนุ่มก็หยิบขนมคุ๊กกี้ออกจากถุง ซึ่งวางอยู่ระหว่างคนทั้งสอง แล้วกินมันอย่างละชิ้นเธอมองด้วยความโกรธแต่ไม่ต้องการทำเรื่องวุ่นวาย เธอจึงทำเป็นไม่สนใจ เธอเริ่มรู้สึกเบื่อที่จะกินคุ๊กกี้และเฝ้ามองนาฬิกา ในขณะที่ชายหนุ่มซึ่งเป็นผู้ขโมยไร้ยางอาย กำลังกินมันให้หมดสิ้นไป เธอเริ่มโมโหและคิดในใจว่า "ถ้าฉันไม่ใช่ผู้ดีมีการศึกษาแล้วละก็....ฉันจะชกหน้าเจ้าหมอนี้ให้แหลกไปเลย" ทุกครั้งที่เธอหยิบกิน 1 ชิ้น ชายหนุ่มก็หยิบมันกิน 1 ชิ้น ทั้งสองส่งสายตามองกัน เมื่อคุ๊กกี้เหลือเพียงชิ้นสุดท้าย เธอหยุดและอยากรู้ว่าชายหนุ่มจะทำอย่างไร ชายหนุ่มค่อย ๆ หยิบคุ๊กกี้ชิ้นสุดท้ายแล้วหักออกเป็น 2 ชิ้น ส่งให้เธอครึ่งชิ้นและกินเองครึ่งชิ้น เธอรับจากชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและคิดในใจว่า "เขาช่างเป็นคนไร้มารยาทสุดๆ ช่างไร้การศึกษา ไม่มีแม้แต่พูดขอบคุณสักคำ" เธอลุกขึ้นหยิบข้าวของทั้งหมดแล้วตรงไปยังประตูขึ้นเครื่อง ไม่แม้แต่เหลียวหลังกลับมามองหัวขโมยผู้ไร้มารยาทซึ่งยังนั่งอยู่ที่เดิม ภายหลังจากขึ้นเครื่องและนั่งประจำที่อย่างสบายแล้ว เธอก็หยิบหนังสือที่อ่านค้างอยู่ขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะที่หยิบหนังสือจากกระเป๋า ก็พบว่ามีขนมคุ๊กกี้ 1 ห่อ เธอตกใจมาก ถ้าคุ๊กกี้ของฉันยังอยู่ที่นี่ ก็แปลว่า.....คุ๊กกี้ห่อนั้นเป็นของชายหนุ่มที่แบ่งให้เธอกิน เธอลุกขึ้นทันที แล้ววิ่งออกจากเครื่องบินไปยังที่นั่งของชายหนุ่ม แต่คงเหลือแต่ที่นั่งว่างเปล่า มันสายไปเสียแล้วที่จะได้ขอโทษชายหนุ่ม ระหว่างเดินกลับเข้าเครื่อง เธอรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ เธอนั่นเองที่ไร้มารยาท เป็นหัวขโมยที่ไร้การศึกษาตัวจริง.......... มีกี่ครั้งในชีวิตของคนเรา ที่ค้นพบในภายหลังว่า "สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นการเข้าใจผิด มีกี่ครั้งในชีวิตที่เราขาดความไว้วางใจผู้อื่น และทำให้เราตัดสินผู้อื่นจากความคิดเย่อหยิ่งของเราเอง ซึ่งห่างไกลจากความเป็นจริงมากมาย" ...........นี่แหละที่ทำให้เราต้องคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนตัดสินผู้อื่น หลาย ๆ สิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น ควรมองผู้อื่นในแง่ดี แล้วคอยสงสัยตัวเองว่า "เรามองโลกในแง่ดีพอแล้วหรือยัง? เราเคยแบ่งปันอะไรแก่คนอื่นบ้างหรือไม่".......... |
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|